ประวัติคณะ /วิสัยทัศน์ พันธกิจ /แผนยุทธศาสตร์ /การบริหารจัดการ /ข้อมูลและสถิติ /มูลนิธิคณะ /เครือข่ายความร่วมมือ /ข่าวสาร /ค้นหา /สารเภสัชฯ /ติดต่อ /รางวัลแห่งเกียรติยศ /จุลสารฯ


  คณะเภสัชศาสตร์ ขอแสดงความยินดีแด่ ศาสตราจารย์ บังอร ศรีพานิชกุลชัย ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

คำประกาศเกียรติคุณ

ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิงดร.บังอร ศรีพานิชกุลชัย

ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์

…………………………..

         

ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.บังอร ศรีพานิชกุลชัย สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี

เภสัชศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมและเหรียญทอง) จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาโทสาขาวิชาชีวเคมี จากมหาวิทยาลัยมหิดล และปริญญาเอกสาขาวิชา Cell Biology จาก University of Alabama at Birmingham ประเทศสหรัฐอเมริกา  เริ่มรับราชการเมื่อ พ.ศ. 2518 ในตำแหน่งอาจารย์

คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ต่อมาท่านได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารของมหาวิทยาลัยขอนแก่น อาทิ หัวหน้าภาควิชา รองคณบดีฝ่ายวิชาการของบัณฑิตวิทยาลัย รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการของวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ   มหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งเคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีอีกด้วย ปัจจุบันท่านเกษียณอายุราชการ และได้รับการต่ออายุราชการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพร มหาวิทยาลัยขอนแก่น

         ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.บังอร ศรีพานิชกุลชัย เป็นผู้บริหารการศึกษาและนักพัฒนาที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล และมีความอดทนมุ่งมั่น เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยเป็นหัวหน้าโครงการจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์  จนสำเร็จลุล่วงมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งคณะเภสัชศาสตร์ ในราชกิจจานุเบกษา (พ.ศ. 2535 - 2537) และท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ ต่อเนื่องกัน 2 วาระ ตั้งแต่ พ.ศ. 2538 - 2546  ในระหว่างนั้นท่านได้ผลักดันให้เกิดการพัฒนาหลักสูตร การจัดทำแผนพัฒนาอาจารย์ พ.ศ. 2537 - 2554 ทำให้คณะเภสัชศาสตร์มีหลักสูตรที่ได้มาตรฐาน ตอบสนองความต้องการของสังคมและวิชาชีพ และทำให้คณะมีอาจารย์ที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท-เอก จากสถาบันการศึกษาชั้นนำจากในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก นอกจากนี้ท่านยังเป็นผู้วางรากฐานด้านระบบบริหารจัดการที่ดี และสร้างนักวิจัยและเครือข่ายการทำงานวิจัยให้กับอาจารย์รุ่นใหม่ จนทำให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นองค์กรชั้นนำ ที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ และมีผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เป็นแหล่งศึกษาดูงานจากหน่วยงานภายนอก เมื่อครบวาระคณบดี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ท่านยังอุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานในตำแหน่งคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อไปอีกด้วย

         ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.บังอร ศรีพานิชกุลชัย เป็นผู้กล้าคิดกล้าทำ กล้าริเริ่ม ทำให้เกิดการพัฒนาในด้านการศึกษาเภสัชศาสตร์มากมาย ได้แก่ การเป็นผู้ร่วมริเริ่มความร่วมมือทางการศึกษาเภสัชศาสตร์ไทย-อเมริกา (US-Thai consortium) (พ.ศ. 2536 - 2549) ทำให้เกิดการพัฒนาหลักสูตรเภสัชศาสตร์ที่ได้มาตรฐานสากล และมีอาจารย์ที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันชั้นนำในสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ท่านยังได้พัฒนาความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพของนักศึกษาในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, จีน, มาเลเซีย (พ.ศ. 2548 - 2553) มีการริเริ่มหลักสูตรเภสัชศาสตร์ที่สอนเป็นภาษาอังกฤษและหลักสูตรนานาชาติเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (พ.ศ. 2546) เป็นกรรมการใน Asian Association of School of Pharmacy โดยประสานการพัฒนาความร่วมมือ การพัฒนาและมาตรฐานหลักสูตรของคณะเภสัชศาสตร์ในประเทศสมาชิก ได้แก่ ไทย จีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร อินเดีย อินโดนิเซีย เป็นต้น (พ.ศ. 2549 - 2553) และพัฒนาให้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นสถาบันหลักแห่งแรกในการจัดการศึกษาทางวิชาชีพหลังปริญญาในรูปแบบวุฒิบัตรของสาขาเภสัชบำบัด ทำให้อาจารย์และนักศึกษาสามารถทำงานร่วมกับอาจารย์แพทย์ในการดูแลผู้ป่วยที่หอผู้ป่วย (พ.ศ. 2550) สนับสนุนการจัดการศึกษาระบบ module ของคณะเภสัชศาสตร์ 4 แห่งร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขทางด้านเภสัชกรรมคลินิก ซึ่งทำให้มีมหาบัณฑิตไปพัฒนางานด้านเภสัชกรรมคลินิกของโรงพยาบาลในด้านการดูแลผู้ป่วยอย่างก้าวหน้าและต่อเนื่อง จนสามารถมีแหล่งฝึกปฏิบัติงานด้านเภสัชกรรมคลินิกที่มีมาตรฐานสูงขึ้น (พ.ศ. 2546 - 2553) นอกจากนี้ ท่านยังได้ร่วมกับสภาเภสัชกรรม ในการผลักดันเรื่องการกำหนดมาตรฐานการจัดการศึกษาเภสัชศาสตร์ ตลอดจนระบบและแนวทางการประเมินสถาบันผู้ผลิตและหลักสูตรเภสัชศาสตร์ของประเทศไทย (พ.ศ. 2550) นับว่าเป็นผู้มีคุณูปการในการพัฒนาการศึกษาเภสัชศาสตร์เป็นอย่างมาก

         ในด้านการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรม ท่านอุทิศตนและมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างต่อเนื่อง เป็นผู้ผลักดัน ทุ่มเท เสียสละ และเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับการศึกษาเภสัชศาสตร์และวิชาชีพ และด้วยประสบการณ์และความสำเร็จด้านการบริหารการศึกษาเภสัชศาสตร์ที่ยาวนาน ทำให้ท่านได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศ.ศ.ภ.ท.) และได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาเภสัชกรรมประเภทผู้แทนคณบดี คณะเภสัชศาสตร์หลายสมัย ซึ่งแสดงถึงความสามารถและเป็นที่ยอมรับของคณบดี คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งยังดำรงตำแหน่งอุปนายกสภาเภสัชกรรม ทำให้ท่านได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางในการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันโครงการสำคัญต่างๆมากมาย ได้แก่ การสนับสนุนให้มีระบบฝึกงานของนักศึกษา โดยจัดให้มี setting ทางผู้ป่วย ผลิตภัณฑ์ และสังคม อย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกันของคณะเภสัชศาสตร์ทุกสถาบันทั่วประเทศ และผลักดันให้มีการร่วมใช้ ร่วมพัฒนาแหล่งฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพของนักศึกษา (พ.ศ. 2552 - 2553) และสนับสนุนให้คณะเภสัชศาสตร์ทำงานร่วมกับ สปสช. ในการคัดกรองโรคเรื้อรังและการดูแลระดับปฐมภูมิ (พ.ศ. 2552) นอกจากนี้ ท่านยังร่วมเป็นกรรมการคัดเลือก เพื่อเชิดชูเภสัชกรที่ทำประโยชน์ให้สังคมอีกด้วย (พ.ศ. 2555)

         ในด้านวิชาการและวิจัย ท่านเป็นต้นแบบของนักวิชาการที่ดี และเป็นนักวิจัยต้นแบบ พัฒนาและผลักดันงานวิจัยจากสมุนไพรแบบบูรณาการและครบวงจร จนสามารถผลักดันให้ผลงานวิจัยสมุนไพรในระดับมหาวิทยาลัย มีการจดสิทธิบัตร และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการจนสามารถขึ้นทะเบียนตำรับ เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยใช้ (กรณีกระชายดำ) (พ.ศ. 2548 - 2552) นอกจากจะสร้างผลงานวิจัยที่มีคุณค่ามากมายแล้ว ท่านยังได้สร้างทรัพยากรบุคคลที่มีทักษะและคุณภาพให้กับสังคมวิชาการและวงการวิจัย โดยประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายวิจัย และฐานการวิจัยให้กับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี ให้คำแนะนำ ให้โอกาสและสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่ตลอดมา นอกจากนี้ ท่านยังพัฒนาให้หน่วยงานสามารถให้บริการตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและยาแผนโบราณที่มีมาตรฐาน ISO (พ.ศ. 2550) นับเป็นการยกระดับมาตรฐานสมุนไพรไทย และเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคในประเทศ

ผลงานของศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.บังอร ศรีพานิชกุลชัย ทรงคุณค่าและมีประโยชน์ต่อวิชาชีพ และประเทศชาติ  ทั้งยังเป็นต้นแบบของนักวิชาการ นักบริหารการศึกษา และนักพัฒนาในระดับชาติด้วยคุณูปการด้านต่างๆ ซึ่งท่านมีต่อการศึกษาเภสัชศาสตร์  สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการประชุมครั้งที่ 10/2555 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2555 จึงอนุมัติปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ เพื่อประกาศเกียรติคุณให้เป็นที่ปรากฏแก่สาธารณสืบไป

Share on Facebook