นโยบายงานวิจัย /จรรยาบรรณนักวิจัย /ระดับคุณภาพบทความวิจัยตีพิมพ์ /ระดับคุณภาพผลงานวิชาการ /แหล่งทุน /ดาวน์โหลด /ฐานข้อมูลวิจัย /วิเคราะห์-สังเคราะห์งานวิจัย /ลิขสิทธิ์ /ข่าว


ความเฉื่อยทางคลินิกในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดอุบลราชธานี


Author

-

ลิขิต ผลดี1, พิสิษฐ์ เวชกามา2, น้องเล็ก คุณวราดิศัย3, แสวง วัชระธนกิจ3


Journal

- วารสารเภสัชกรรมไทย

Volume

- 1

Year

- 2019

Publication type

- Research article (National)

Page list

- 1

Abstract

   

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระยะเวลาที่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่รักษาด้วยยารักษาเบาหวานชนิดรับประทานแล้วเกิดความเฉื่อยทางคลินิก โดยเทียบกับแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน และหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดความเฉื่อยทางคลินิก  วิธีการ: การศึกษาแบบ retrospective cohort study โดยใช้ข้อมูลเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 รายใหม่ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลชุมชนจำนวน 16 แห่งในจังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2551 ถึง 31 ธันวาคม 2558 โดยใช้ข้อมูลหลัก คือ ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารกับชนิดของยารักษาเบาหวานที่ผู้ป่วยได้รับในวันที่มารับบริการ เพื่อหาผู้ป่วยที่เกิดความเฉื่อยทางคลินิกซึ่งหมายถึงผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาเพิ่มขึ้นจากการรักษาเดิม เมื่อผลการรักษาที่ได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายในการรักษาตามแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับสำหรับโรคเบาหวานปี พศ. 2551 พ.ศ. 2554 และปี พ.ศ. 2557 และหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดความเฉื่อยทางคลินิกโดยใช้สถิติการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติค (logistic regression analysis)  ผลการศึกษา: มีผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจำนวน 15,433 ราย ผู้ป่วยเกิดภาวะความเฉื่อยทางคลินิก 5,410 ราย (ร้อยละ 35.05) ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาช่วงวันที่ 1 มิถุนายน 2551 – 31 ธันวาคม 2553 (ระยะที่ 1) วันที่ 1 มกราคม 2554 – 31 ธันวาคม 2556  (ระยะที่ 2) วันที่ 1 มกราคม 2557 – 31 ธันวาคม 2558 (ระยะที่ 3) มีระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มรักษาจนเกิดความเฉื่อยทางคลินิกครั้งแรกเฉลี่ย 377.7 ± 5.46 วัน 348.75 ± 3.39 วัน และ 316.75 ± 3.62 วันตามลำดับ สัดส่วนผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดความเฉื่อยทางคลินิกอย่างน้อย 1 ครั้ง คือ ร้อยละ 19.35 ร้อยละ 32.61 ร้อยละ 42.73 ในระยะที่ 1 ถึง 3 ตามลำดับ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างนัยสำคัญทางสถิติกับการเกิดความเฉื่อยทางคลินิกน้อยกว่า ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีอายุระหว่าง 55 – 62 ปี (OR = 0.75; 95%CI = 0.60 – 0.94) และผู้ป่วยที่มีอายุ 63 ปีขึ้นไป (OR = 0.67; 95%CI = 0.54 – 0.83) ผู้ป่วยเพศหญิง (OR = 0.84;  95%CI = 0.73 – 0.98) ผู้ป่วยที่มีโรคร่วมความดันโลหิตสูง (OR = 0.85; 95%CI = 0.59 – 0.81) ผู้ป่วยเข้าที่เข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลสองแห่ง (OR = 0.14; 95%CI = 0.04 – 0.50, OR = 0.52; 95%CI = 0.35 – 0.79)  สรุป: พบความเฉื่อยทางคลินิกมากขึ้นและเร็วขึ้นจากช่วงระยะเวลาที่ 1 ถึงระยะเวลาที่ 3  โดยประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดความเฉื่อยทางคลินิก ผู้ป่วยกลุ่มอายุสูง เพศหญิง มีโรคร่วมความดันโลหิตสูง รับการรักษาที่สถานบริการ 2 แห่ง มีความสัมพันธ์กับการเกิดความเฉื่อยทางคลินิกที่น้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ


Keywords

   

ความเฉื่อยทางคลินิก, โรคเบาหวานชนิดที่ 2, ยารักษาเบาหวาน