นโยบายงานวิจัย /จรรยาบรรณนักวิจัย /ระดับคุณภาพบทความวิจัยตีพิมพ์ /ระดับคุณภาพผลงานวิชาการ /แหล่งทุน /ดาวน์โหลด /ฐานข้อมูลวิจัย /วิเคราะห์-สังเคราะห์งานวิจัย /ลิขสิทธิ์ /ข่าว


พฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่ของผู้สูบบุหรี่ กรณีศึกษา คลินิกฟ้าใส มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

Author

-

ทักษิณ พิมพ์ศักดิ์ อนันต์ ไชยกุลวัฒนา เพ็ญภัคร พื้นผา


Journal

- ศรีนคิรทร์เวชสาร

Volume

- 30

Year

- 2015

Publication type

- Research article (National)

Page list

- 281-290

Abstract

   

บทนำ

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา คลินิกให้บริการเลิกบุหรี่ที่มีชื่อว่าคลินิกฟ้าใสได้เปิดให้บริการกับผู้รับบริการในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งผู้มารับบริการส่วนใหญ่เป็นบุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยทั่วไปการติดตามผลการบำบัดเพื่อเลิกบุหรี่ จะใช้ระยะเวลาในการติดตาม 6 เดือน วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้คือ การประเมินพฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่ของผู้รับบริการเมื่อครบระยะเวลา 6 เดือนจากเดือนกุมภาพันธ์ถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิธีการศึกษา

เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง มีจำนวนกลุ่มตัวอย่าง ทั้งสิ้น 53 ราย ที่สามารถติดตามการบำบัดครบตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ กลุ่มตัวอย่างได้รับการคัดกรองเพื่อเลิกบุหรี่ โดยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลทั่วไป (11 ข้อ), ประวัติการสูบบุหรี่ (6 ข้อ), และวิธีการบำบัดเพื่อเลิกบุหรี่ (34 ข้อ) ผู้รับบริการแต่ละรายได้รับวิธีการบำบัดเพื่อเลิกบุหรี่ตามข้อมูล ประวัติการสูบบุหรี่ ระยะเวลาการติดตามหลังได้รับการบำบัดคือ เดือนที่ 0, 3, และ 6 ข้อมูลที่ได้จะถูกวิเคราะห์ทางสถิติทั้งเชิงพรรณนา (เช่น ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความถี่ และร้อยละ) และเชิงอนุมาน (เช่น ไค-สแควร์)

ผลการศึกษา

กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดเป็นเพศชาย อายุระหว่าง 41- 59 ปี (ร้อยละ 41.50) ดื่มสุราเป็นบางครั้ง (ร้อยละ 5.90) มีผู้ที่สูบบุหรี่ในปัจจุบัน จำนวน 53 ราย (ร้อยละ 100) ส่วนใหญ่สูบน้อยกว่า 5 ปี (ร้อยละ 29.60)  สูบวันละ 1-10 มวน (ร้อยละ 74) นอกจากนั้น พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความพร้อมที่จะเลิก ร้อยละ 77.4 ซึ่งมีภาวะการติดนิโคตินในระดับน้อย (ร้อยละ 56.6), ได้รับการบำบัดด้วยยา ร้อยละ 58.3 ซึ่งยาที่ใช้คือ น้ำยาบ้วนปาก 0.5 % โซเดียมไนเตรต (ร้อยละ 26.4) หลังจากครบกำหนด 6 เดือน พบว่ามีผู้รับบริการที่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ 13 ราย (ร้อยละ 24.52) ที่น่าสังเกตคือ ปัจจัยเกี่ยวกับการสูบบุหรี่หลังตื่นนอน, ระดับความพร้อมที่จะเลิกบุหรี่, และวิธีการบำบัด มีผลต่อพฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p =.002, <.001, <.001 ตามลำดับ)

สรุป

คลินิกให้บริการเลิกบุหรี่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดให้บริการคำปรึกษาเพื่อเลิกบุหรี่ มีกลุ่มตัวอย่างเพียง 53 ราย ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งผู้ที่สามารถเลิกสูบบุหรี่สำเร็จมีเพียงร้อยละ 24.52 ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่ประกอบด้วย การสูบบุหรี่หลังตื่นนอน, ระดับความพร้อมที่จะเลิกบุหรี่, และวิธีการบำบัด ข้อมูลทั้งหมดจะนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนรูปแบบการบำบัดผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ต่อไป


Keywords

   

พฤติกรรมการเลิกสูบบุหรี่   คลินิกฟ้าใส            การเลิกสูบบุหรี่